วิธีดูแล “ดวงตาคู่ใส” ให้ลูกน้อย

ให้ลูทีนและวิตามินเอ ดูแลดวงตาลูกน้อย Tel. 0831964747

แอล ซี วิต จูเนียร์ LC Vit Junior
วันนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับดวงตาคู่สวยของลูกน้อย ที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ พร้อมวิธีการดูแลประสาทสัมผัส ส่วนสำคัญที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้จากการมองเห็นมาแนะนำกันค่ะ
1.สังเกตดวงตาสักนิด
หากมีอะไรผิดปกติหรือสงสัยว่าดวงตาของลูกจะมีปัญหา เช่นตาดำดูผิดปกติ, ตาลูกเหล่ (เป็นบางครั้งหรือว่าบางเวลา), หนังตาข้างใดข้างหนึ่งตกลง เป็นต้น คุณแม่ควรปรึกษาขอคำแนะนำจากคุณหมอ หรือพาลูกไปพบจักษุแพทย์โดยตรง เพื่อตรวจหาสาเหตุ ป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
การเช็กพัฒนาการด้านการมองเห็นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้รู้ว่ากำลังเกิดความผิดปกติกับดวงตาลูก เช่น ถ้า 3 เดือนแรกลูกยังมองเห็นได้ไม่ดี ไม่หันมองวัตถุ สิ่งของที่แกว่งไปมาได้ ก้ควรตั้งเป็นข้อสงสัย และรีบปรึกษาคุณหมอเช่นกันค่ะ
นอกจากนี้ คุณแม่ควรพึงระวังสังเกตเกี่ยวกับดวงตาลูกน้อย จากอาการต่าง ๆ ต่อไปนี้ค่ะ
-ภาวะท่อน้ำตาตัน
เป็นอาการที่พบได้กับเด็กแรกเกิด ลูกน้อยจะน้ำตาไหลทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ร้องไห้ การดูแลเบื้องต้นในกรณีนี้ไม่ต้องถึงมือคุณหมอ คือ การนวดบริเวณหัวตา ตำแหน่งของถุงทางเดินน้ำตา แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบคุณหมอ (ส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้น เมื่ออายุประมาณ 1 ปีไปแล้ว
– ภาวะติดเชื้อ
อาจมีขี้ตาสีเหลืองหรือสีเหลืองปนเขียวหรือหนังตาบวมแดงร่วมด้วย อาการเช่นนี้แสดงว่ามีเชื้อโรคเข้าตาลูก ทำให้ตาอักเสบ เชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสที่มาจากฝุ่นละอองในอากาศ ไม่ควรนิ่งนอนใจรีบไปพบคุณหมอทันทีค่ะ
– ตาแฉะ
มักเกิดจากมีสิ่งที่แปลกปลอมเข้าไปในดวงตา ทำให้ลูกมีขี้ตามาก และอาจเกิดจากการแพ้สารเคมี (สารซิลเวอร์ไนเตรต) ที่หยอดตาหลังคลอด ทำให้มีอาการตาแฉะได้ คุณพ่อคุณแม่ควรทำความสะอาดเช็ดขี้ตาให้ลูกอย่างสม่ำเสมอ อาการแพ้จะค่อย ๆ หายไปเอง
2. ดูแลดวงตาให้ถูกวิธี
วิธีดูแลอย่างง่ายฉบับครอบครัวก็คือ การหมั่นดูแลเรื่องความสะอาด ทั้งเครื่องนอนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใบหน้า หรือดวงตาลูกอาจสัมผัส เช่น เปลี่ยนผ้ารองที่นอนหมอนที่ลูกหนุน เพื่อเป็นการป้องกันเชื้อโรคต่าง ๆ และถ้าสังเกตว่า ดวงตาลูกมีขี้ตาออกมา ให้ทำความสะอาด โดยใช้สำลีชุบน้ำต้มสุกอุ่น ๆ เช็ดจากหัวตาไปยังหางตา และควรเปลี่ยนสำลีก้อนใหม่เช็ดอีกข้าง
สำหรับการเลือกถุงมือ คุณแม่ควรให้มือน้อย ๆ ของลูกสัมผัสอากาศบ้าง เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน อาจเป็นปมปัญหาเรื่องผิวตามมารบกวน ถ้าเลือกวิธีโปร่งโล่งสบายก็ควรตัดเล็บมือ ดูแลความสะอาดเป็นเป็นสิ่งสำคัญค่ะ

แอล ซีวิต จูเนียร์ ดูแลสายตา

3.ใช้ยาอย่างถูกวิธี
ดวงมีเนื้อเยื่อที่บอบบาง ติดเชื้อได้ง่ายดังนั้น การใช้ยากับเด็กเล็กจึงต้องระมัดระวัง เช่น การใช้ยาหยอดตา ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนหยอดตา ขณะที่หยอดต้องระวังไม่ให้หยดแตะกับตาหรือขนตา และเมื่อเปิดใช้แล้ว ควรเก็บยาไว้ในที่เย็นในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน และไม่ควรใช้ยาหยอดร่วมกับผู้อื่น ที่สำคัญยาหยอดตาต้องมาจากที่คุณหมอสั่งเท่านั้น
4. เรื่องต้องห้าม
หลีกเลี่ยงการพาลูกไปสถานที่ที่อาจเกิดอุบัติเหตุกับดวงตา เช่นสถานที่ที่มีฝุ่น ควันเยอะ ๆ ลมแรง หรือแสงแดดจ้ามาก ๆ รวมถึงไม่ควรแคะ แกะ เกา หรือทำอะไรกับดวงตาของลูก และเมื่อมีความต้องการใช้ยา ก็ไม่ควรซื้อยามาใช้กับลูกเองโดยเด็ดขาด ควรขอคำแนะนำจากคุณหมอหรือจักษุแพทย์โดยตรง เพื่อความปลอดภัยต่อดวงตาลูกน้อย
5.เปิดโลกกว้างทางสายตา
แม้ดวงตาเป็นอวัยวะเล็ก ๆ ที่ต้องดุแลให้ความสำคัญแล้ว ดวงตาของลูกน้อยยังสามารถเก็บบันทึกข้อมูล เชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ดังนั้นยิ่งส่งเสริมพัฒนาการด้านการมองเห็น ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของลูกมากเท่าไร ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ลูกเรียนรู้ได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยค่ะ
หลังจากรู้เคล็ดลับดี ๆ ในการดูแลดวงตาดวงน้อย ๆ ของลูกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงของดวงตาลูก เพื่อให้ลูกมีดวงตาที่สดใส เปล่งประกายอยู่ตลอดเวลา

ที่มา: หนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการ
ข้อมูลจาก : http://www.thaihealth.or.th/node/14960

สายตาดี พัฒนาการดี

อันตรายจากแสงสีฟ้า ! ภัยเงียบในยุคโชเซียล
แสงสีฟ้า หรือ Blue light เป็นคลื่นแสงพลังงานสูง สามารถกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระภายในลูกตา ส่งผลให้เซลล์ประสาทตาเสื่อม การจ้องมองแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดอาการปวดตา ตาแห้ง พร่ามัว น้ำตาไหล อีกทั้งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคจุดรับภาพเสื่อม และโรคต้อกระจกอีกด้วย
จากงานวิจัยพบว่า ลูทีน และซีแซนทีน มีคุณสมบัติพิเศษคือ ทำหน้าที่เปรียบเสมือนกับตัวกรองแสงสีฟ้า และช่วยในการต้านอนุมูลอิสระจึงช่วยลดอันตรายจากแสงสีฟ้าลงได้ อีกทั้งกำจัดอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายออกไป เป็นผลให้ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจุดรับภาพเสื่อม และโรคต้อกระจก
ลูทีนและวิตามิน เอ
• สารธรรมชาติที่มีในพีชผัก โดยเฉพาะแครอท ข้าวโพด และฟักทอง
• เป็นสารแคโรทีนอยด์ เพียง 2 ชนิดเท่านั้น ที่พบในจุดรับภาพของของจอตา
• ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยปกป้องและดูแลดวงตาโดยการ
– กรองแสงสีฟ้าจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
– จึงช่วยบลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจุดรับภาพเสื่อม
– อีกทั้งลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต้อกระจก

ดูแลสายตาและจอตา

ลูทีน และซีแซนทีน กับโรคจุดรับภาพเสื่อม
โรคจุดรับภาพเสื่อม (Age-related Macular Degeneration)
เป็นอาการของโรคที่ทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง เกิดการมองภาพบิดเบี้ยวไป เหมือนมีจุดดำบัตรงงกลางภาพ และสูญเสียการมองเห็นเฉพาะภาพส่วนกลางในที่สุด (อ้างอิงที่ 1) มีงานวิจัยรายงานว่า หากปริมาณลูทีนและซีแซนทีน ในลูกตาลดน้อยลง ความเสี่ยงในการเป็นโรคจุดรับภาพเสื่อมจะเพิ่มมากขึ้น แต่ในทางกลับกันหากมีปริมาณลูทีนและซีแซนทีนในเลือดสูงขึ้นจากการบริโภคอาหารที่มีลูทีนและซีแซนทีน ความเสี่ยงในการเป็นโรคจุดรับภาพเสื่อมจะลดลง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การบริโภคอาหารที่มีลูทีน และซีแซนทีน สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจุดรับภาพเสื่อมได้ (อ้างอิงที่ 2)
ลูทีน และซีแซนทีน กับโรคต้อกระจก
โรคต้อกระจก คือ ภาวะที่กระจกตาหรือเลนส์ตาขุ่น ทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ตามปกติ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมตามวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่ภาวะบางอย่าง เช่น การขาดสารอาหาร อาจก่อให้เกิดโรคต้อกระจกก่อนวัยได้เช่นกัน
ลูทีนและซีแซนทีน สามารถลดความเสี่ยงหรือชะลอการเกิดโรคต้อกระจกได้ โดยเข้าไปมีบทบาทช่วยลดความเสื่อมของกระจกตาโดยตรงและต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นการลดสาเหตุของการเกิดโรคต้อกระจก
มีการวิจัยของจักษุแพทย์ ในกลุ่มผู้สูงอายุพบว่า กลุ่มที่มีระดับของลูทีนและซีแซนทีนในกระแสเลือดสูง จะมีความขุ่นของเลนส์ตาน้อยกว่า จึงสรุปได้ว่าลูทีนและซีแซนทีน ลดการเกิดความเสื่อมของเลนส์ตาในผู้สูงอายุได้ และยังมีการวิจัยพบว่าการรับประทานลูทีนในปริมาณสูงช่วยเพิ่มความสามารถในการมองเห็นของผู้ป่วยที่เป็นโรคต้อกระจกไปแล้วอีกด้วย (อ้างอิงที่ 3)
ลูทีน และซีแซนทีน กับสุขภาพร่างกาย
จากงานวิจัยรายงานว่า ผู้ที่บริโภคอาหารที่มีลูทีนในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง จะลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดตีบในสมอง และลดอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งเต้านม ในสตรีช่วงหมดประจำเดือนได้อีกด้วย (อ้างอิงที่ 4,5,6)
ลูทีน ซีแซนทีน และวิตามินเอ จึงเหมาะสำหรับ
• ผู้ที่มีการใช้ชีวิตติดจขอโทรศัพท์ พูดคุยอัพเดทข่าวสารต่างๆ ผ่านทาง Social Media ตลอดเวลา
• ผู้ที่นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เป็นเวลานาน
• ผู้ที่ใช้สายตามากๆ เป็นเวลาต่อเนื่อง เช่น อ่านหนังสือ หรือขับรถนานๆ
• เด็กวัยเรียนและวัยเจริญเติบโต
• ผู้ที่ไม่ชอบรับประทานผักและผลไม้
• ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อกระจกและโรคจุดรับภาพตาเสื่อม และทุกๆ คนที่ต้องการปกป้องดูแลดวงตา

แอล ซี วิต จูเนียร์ LC Vit Junior

แอล ซี วิต จูเนียร์ LC Vit Junior
ส่วนประกอบสำคัญ :
ครีมเทียม              34.209 %
เกล็ดธัญพืช          25.34 %
น้ำตาล                 22.56 %
โพลีเด็กซ์โตรส       8.13 %
หางนมผง               3.56 %
กลิ่นมิกซ์เบอรี่         2.7 %
ลูทีน                      1.26 %
ผงมิกซ์เบอร์รี่          0.9 %
กรดมาลิก               0.4 %
วิตามินเอ แอซีเทต  0.041 % (325,000 หน่วยสากล/กรัม)
วิธีรับประทาน : เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน
คำเตือน : อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค ไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค
รหัสสินค้า 40748
ปริมาณสุทธิ : 100 เม็ด
ราคา 180 บาท

แอลซีวิตจูเนียร์ ปกป้องสายตาจากแสงสีฟ้า

แอลซีวิตจูเนียร์ ปกป้องสายตาจากแสงสีฟ้า

เอกสารอ้างอิง
1. 1.คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, โรคจุดรับภาพชัดที่จอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ. (Internet). 2012
2. J. Pharmacol 38:537-56
3. Nutrition.2003 Jan; 19(1):12-4
4. J. Am. Med. Assoc. 1999; 282:1233-1239.
5. J. Natl. Cancer Inst. 1999; 91: 547-556.
6. J. Nutr. 1999; 129: 5-8

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *